การทดลองที่ 2 Reduce (การลด) : ขวดน้ำพลาสติก

 

อย่างที่เราตั้งใจไว้..........ว่าเราจะเริ่มลงมือทำให้เกิดผล แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆ

 

เอาล่ะหลังจากการทดลองที่ 1 การใช้ถุงผ้า เราถือว่าเราประสบผลแล้ว พิจารณาจากเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่มีการเพิ่มขึ้นของถุงพลาสติกเข้ามาในบ้าน (จากตัวเรา) และเราก็เคยชินกับการพกถุงผ้าเมื่อต้องออกไปซื้อของ (โดยไม่กลับมาบ้านเพราะลืมพกถุง) เอาเป็นว่าตออนี้ ยืดอก พกถุง(ผ้า) แล้วนะค้า

มาเริ่มทำการทดลองที่สองกันดีกว่า................. Reduce Reuse Recycle (ลด นำมาใช้ใหม่ นำไปหมุนเวียนผลิต)อือ หัวข้อนี้ค่อนข้างใหญ่ เราเลือกการทดลองย่อยๆ โดยเริ่มจาก Reduce (การลด) ลดในที่นี้คือ ลดปริมาณขยะที่เราจะสร้างขึ้นจากการบริโภคประจำวัน ทั้งของสด ของแห้ง โดยการเน้นไปที่การเลือกซื้อสิ้นค้าอย่างมีเหตุผล มีความคิด และมีความรู้ ดังนั้นจึงต้องศึกษาหาข้อมูลของ บรรุภัณฑ์ต่างๆ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม วัตถุดิบที่ใช้ แหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต (อันนี้เราทำตามคำแนะนำของ Rebecca Hosking ที่เราเขียนไว้ในบล็อก

วิธีที่จะทำให้เมืองของเราปลอดถุงพลาสติก ศึึกษาจาก Modbury )

เรามองไปรอบๆห้องนอนขนาด 3x4 ตารางเมตร แล้วลองนับจำนวนบรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติก และสิ้นค้าที่มีพลาสติกเป็นส่วนประกอบหลักๆ (เช่น ขวดน้ำดื่ม แปรงสีฟัน หลอดยาสีฟัน กล่องไอศกรีม กระเป๋า ตลับครีม โทรศัพท์ ปากกา CD+ตลับ รองเท้า) นับได้มากกว่า 100 ชิ้น (ไม่รวมชิ้นเล็กๆอย่าง พวงกุญแจ ปลอกปากกา เพราะนับไม่ไหว)

คำถาม ในกลุ่มที่นับนั้น อะไรบ้างที่เราสามารถ ลด ด้วยการไม่เลือกใช้ หรือใช้อย่างอื่นแทน ได้บ้าง?

แปรงสีฟัน - ทำจากไม้คงจะไม่มี (ลด ไม่ได้)

หลอดยาสีฟัน- ส่วนใหญ่ทำจากพลาสติก มีบ้างใช้โลหะ แต่จุกก็เป็นพลาสติกอยู่ดี

CD โทรศัพท์ เท่าที่เห็น ไม่มีทางเลือก

รองเท้า คงจะยาก (แต่เราไม่เปลี่ยนรองเท้าบ่อยๆ มีสามคู่สำหรับสามโอกาส ใช้จนขาด)

...........อื่นๆ .................

 

ก่อนที่ความคิดว่าจะยอมแพ้ แล้วโทษสิ่งต่างๆว่า ก็ไม่ทางทางเลือกมาให้ซื้อนี่ หรือกลายๆว่า ก็สินค้าอย่างว่าหาซื้อยาก ไม่สะดวก (ยอมรับว่าจริง แต่ก็เพราะเขาผลิตสินค้าตอบสนองผู้บริโภค นั่นสะท้อนรูปแบบการบริโภคของคนหมู่มากในตลาด)

 

เราก็นึกขึ้นมาได้เกี่ยวกับเมืองไทยว่า ตอนเราอยู่เมืองไทย เวลาออกไปข้างนอกบ้านอย่าง สวนจตุจักร อากาศบ้านเราก็กระตุ้นความกระหายน้ำดีจริงๆ ทุกครั้งที่หิวน้ำ สิ่งแรกคือ ซื้อน้ำขวด ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นขวดพลาสติก ใช้ขวดประมาณ 3 นาที ขวดก็หมดหน้าที่แล้วกลายเป็นขยะอยู่อีกกว่าร้อยปี

อยู่ที่อังกิดนี้ ช่วงแรกๆก็ซื้อน้ำขวดดื่มอยู่เป็นประจำ อย่างน้อยวันละขวด แต่ด้วยเห็นเพื่อนๆ ถือขวดน้ำมาเอง บวกกับราคาน้ำขวดก็แพงลิบลิ่ว (เกินครึ่งร้อยบาท) ก็เลยหันไปซื้อขวดโลหะอลูมิเนียม ขนาด 750 ซีซี เบาและพกพาสะดวก แถมอายุการใช้งานนาน บวกประหยัดเงินซื้อน้ำดื่มได้มากโข

 

จนถึงตอนนี้เราเลิกซื้อน้ำขวดมากว่าห้าเดือนแล้ว (มาอยู่อังกิดได้ สิบเดือน) คิดเป็น 150 วัน ลดปริมาณขวดพลาสติกได้ 150 ขวด หนึ่งปีได้ 365 ขวด ซึ่งวัดคร่าวๆก็คงจะเต็มท้ายรถปิ๊กอัพละนะ ตอนนี้ยังไม่ทราบผลกระทบที่เราลดได้อย่างจริงๆ เพราะยังไม่ได้ศึกษากระบวนการผลิต พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ ความร้อนที่ใช้ การขนส่ง ก๊าซคาร์บอนจากการเผาไหม้เพื่อทำลายขวด พื้นที่ที่ต้องใช้เพื่อการกลบถมขยะเหล่านี้ เป็นต้น

 

ประชากรโลกกว่า 7 พันล้านคน

ประชากรไทยกว่า 63 ล้านคน

 

ดูตัวเลขของประชากร และปริมาณขวดน้ำที่จะเกิดขึ้น หากมองเป็นพื้นที่สำหรับเก็บขวดพวกนั้น พื้นที่ของสนามกีฬาข้างๆ ม.รามอาจถูกเติมเต็มเพียงเวลาสั้นๆ (สัปดาห์ หรือเดือน)

จากวันนี้จะลองเข้าไปศึกษาบล็อก Not a load of rubbish ว่าเธอทำอย่างไร เพื่อนำมาปรับใช้กับการทดลองที่ 2 Reduce (การลด) ในขั้นถัดไป

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry