No Impact Man จากเมืองนิวยอร์ก
posted on 22 Jun 2008 22:20 by hippooic in News
ขณะที่หาข้อมูลเรื่องผลกระทบของถุงพลาสติกก็ไปเจอเวบบล็อก No Impact Man
ของนาย Colin Beavon หนุ่มเมืองนิวยอร์ก ที่วางแผนทำการทดลองที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นศูนย์ Environmental impact = 0 (เป็นไปไม่ได้) แต่นาย Colin ก็ได้อธิบายเพิ่มเติมว่าสิ่งที่เขาจะทำคือ ผลกระทบสุทธิเท่ากับศูนย์ Net Impact = 0
Negative Impact + Positive Impact = Zero.
ผลกระทบด้านลบ + ผลกระทบด้านบวก = ศูนย์
(อือ.....ท่าทางเป็นไปได้แฮะ)
Hippo ได้แวะไปอ่านมาคร่าวๆได้ว่า นาย Colin และครอบครัว (แม่ ภรรยา และหมา 1 ตัว) อาศัยอยู่ใจกลางเมืองนิวยอร์กที่ใช้ชีวิตแบบคนเมือง (เหมือนกรุงเทพ) เขาได้เริ่มทำการทดลองด้วยตนเองในการอยู่แบบชีวิตคนเมืองที่ไม่มีผลกระทบสุทธิต่อสิ่งแวดล้อม โดยวางแผนทดลองเป้นเวลาหนึ่งปี (เริ่ม พ.ย. 2006)
ชายผู้นี้ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศน์วิทยา แต่เขาพูดว่า "เขาแค่เบื่อที่เอาแต่พูดแต่ไม่ได้ทำอะไรซักที" (โอ๊ะ โอว........) การทดลองนี้เขาจึงทำเพื่อต่อสู้กับตัวเขาเองที่ "มีทฤษฏีสูง การไร้การกระทำ" (เราก็เป็นอยู่นะตอนนี้......)
สิ่งหนึ่งที่ hippo ชอบมากคือ เขาจะเป็นแบบอย่างของคนเมือง (ที่มีข้ออ้างเสมอในการดำเนินชีวิตที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม เช่นไม่มีที่ดินให้ปลูกต้นไม้ เป็นต้น) แม้ในระยะเริ่มแรกเพื่อนๆของเขาต่างพูดว่า "มัเป็นไปไม่ได้ที่คุณทำให้โครงการนี้เกิดขึ้น" แต่เขาให้ชี้แจงกับเพื่อนๆเหล่านั้นว่า "ประชากรเกือบทั้งโลกอาศัยในเมือง ถ้าเราไม่สามารถลดผลกระทบจากการใช้ชีวิตของเราชาวเมือง เรามีปัญหาแน่ๆ"
อีกสิ่งที่ชอบคือ เขากล่าวอีกด้วยว่า หลายครั้งที่ตัวเขามีความคิดว่า "เมื่อฉันมีบ้านกับสวนเล็กๆ ฉันถึงจะเริ่มลงมือเป้นอยู่แบบเป็นมิตรต่อมิ่งแวดล้อม" แต่แล้วเขาก็คิดขึ้นได้ว่า "บางทีเขาน่าจะเริ่มจากพยายามเพื่มขึ้นหน่อยเพื่อเริ่มทำจากสิ่งที่เรามีอยู่" (ประมาณว่า ยัง.....จะ...... กำลัง....... เดี๋ยว ไม่เวิร์คค่ะ ต้องใช้คำว่า พยายาม....ลงมือทำ......... เดี๋ยวนี้.... ตอนนี้)
เขาวางแผนการทดลองแบ่งเป็นสามระยะในช่วงหนึ่งปีนี้
ขั้นตอนที่หนึ่ง อยู่อย่างไรให้ไร้ขยะ
...............สอง จะลดผลกระทบอย่างไรผ่านการเลือกอาหารการกิน
................สาม จะลดการบริโภคของเรา ให้เป็นการบริโภคเฉพาะสิ่งที่จำเป็นและยั่งยืน
เขาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิต ลดความฟุ่มเฟือย ปลูกผักกินเอง ไม่ตามแฟชั่น และไม่มีทีวีด้วย (โอ้โฮ) นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อทั้งครอบครัวและตัวเขา เพราะเป็นการยากที่จะหาที่ดินเพื่อปลูกผักในนิวยอร์ก แต่ท้ายที่สุดเขาก็หาที่ดินจนได้โดยการปลูกในแปลงของชุมชน (local community garden project) เขายังศึกษาการทำโยเกิร์ตทานเอง การทานมื้อค่ำแบบไร้ถุงพลาสติก เป็นต้น
ถือว่าเป็นการทดลองที่น่าสนใจมากทีเดียว เราอาจจะได้เคล็ดลับจากบล็อกนี้บ้าง แล้วจะเอามาเล่าสู่กันฟังนะคะ
อีกโครงการที่คล้ายๆกัน
Not a load of rubbish แต่สาวผู้นี้เน้นที่ "ขยะ"